จัดทำงบการเงินทุกเดือน ,จัดทำแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภงด.91,ภงด.94 และ ภงด.90) ,บริการด้านตรวจสอบบัญชี(Auditing ) ,บริการจดทะเบียนธุรกิจ (Business Regitration),บริการ Work Permit / VISA,บริการ ชิปปิ้ง ส่งออก และ นำเข้า สินค้า เดินตั๋วกรมศุลกากร,บริการชิปปิ้ง Shipping ,บทความธุรกิจ, แผนธุรกิจ, แผนการตลาด, การตลาด, บริหารจัดการ, การเงิน, บัญชี, ภาษี, e-business, ธุรกิจระหว่างประเทศ, แฟรนไชส์, การลงทุน, หุ้น, กองทุน, อสังหาริมทรัพย์, บริหารเงินส่วนบุคคล, คำนวณภาษี, ฟรีโปรแกรมสำหรับธุรกิจ, ฟรีโปรแกรมสำหรับSMEs, เทคนิคการลงทุน, ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน
หน้าหลัก Download บริการของเรา ข่าวประกาศ ภาพกิจกรรม เว็บบอร์ด สมุดเยี่ยม
< >
ยินดีต้อนรับสู่บริษัท อะวอร์ด แอคเคานท์แทนซี คอนซัลแทนท์ จำกัด
บริการ  ของเรา
หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
บริการรับทำบัญชี
บริการตรวจสอบบัญชี
บริการจดทะเบียนธุรกิจ
Work Permit / VISA
บริการชิปปิ้ง
เขียนแผนการตลาด
แผนที่ติดต่อเรา
คลังข้อมูลนักบัญชี
Download เอกสารบัญชี
Download แบบฟอร์มภาษีต่างๆ
กฎหมาย /บริการประกันสังคม
การเขียนแผนการตลาดแบบง่าย (Format)
งานบริการน่าสนใจ
รวมเว็บรับทำงานบัญชี
คลินิกบัญชี
สภาวิชาชีพบัญชี
สมาคมการบัญชีไทย
ตรวจค้นข้อมูลทะเบียนธุรกิจ
กรมสรรพากร
ประมวลรัษฎากร
ความรู้เรื่องภาษี
กฏหมายออกใหม่
ข้อหารือภาษีอากร
รายชื่อผู้ประกอบการ VAT
ปฎิทินภาษี
ตรวจขอคืน ภงด. 90 ,91
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
รวม Link เอนกประสงค์
อ่านนิตยสารต่างๆ
อัตราแลกเปลี่ยนธนาคารต่างๆ
ค้นหาเลขหมายโทรศัพท์
ค้นหารหัสไปรษณีย์
สมุดหน้าเหลือง
หน่วยบริการภาษีใน กทม.
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
เส้นทางเดินรถเมล์
พจนานุกรมไทย
Dictionary อังกฤษ > ไทย
ห้องสมุดดิจิตอล.
แปลข้อความไทยเป็นเสียงพูด
ศูนย์ข้อมูลความรู้คอมพิวเตอร์
พยากรณ์อากาศ
เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
ราคาหุ้นวันนี้
รวมเบอร์โทรเรียก แท็กซี่
ฟังวิทยุ Online
รวม Link อื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับ Admin
 
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
คนเข้าชมเว็บไซต์เป็นคนที่ 27659
เริ่มนับวันที่ 1 เมษายน 2551
 สถิติการเข้าชมเว็บ   
 

ทิศทางและแนวทางการส่งออกสำหรับ SMEs ไทย  

ทิศทางและแนวทางการส่งออกสำหรับ SMEs ไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจการส่งออกของไทยเป็นธุรกิจที่มีอัตราการขยายตัวสูง ส่งผลต่อการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศได้จำนวนมาก นอกจากนี้ ธุรกิจด้านการส่งออกยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันด้านการขยายการลงทุน และสร้างความต้องการแรงงานภายในประเทศ และก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ หมายถึง การที่ประเทศเราสามารถผลิตสินค้าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ย่อมแสดงให้เห็นว่า ทรัพยากรถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพนั่นเอง

แต่สำหรับทิศทางและสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อ SMEs ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนทางด้านการค้าการลงทุนจะประกอบไปด้วย ภาวะการเคลื่อนย้ายเงินทุนง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเข้าสู่ยุค Molecular Economy ซึ่งเน้นไปยัง สินค้า Nano / Bio Material การรวมกลุ่มเศรษฐกิจที่เข้มข้นมากขึ้น การเก็งกำไรในตลาดสินค้าและตลาดเงินเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมที่มีประชากรวัยชราเพิ่มมากขึ้น เกิดความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม และปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภคมีความเปลี่ยนแปลง และสุดท้ายคือ ภาวะราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น

จากสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปในสภาพปัจจุบัน ทำให้ผู้ส่งออกสินค้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมและคำถึงถึงหลัก 6 ประการในเบื้องต้น ได้แก่ ความพร้อมของตัวผู้ประกอบการ SMEs ความพร้อมของสินค้า ตลาด การทำเอกสารสัญญา การชำระเงิน และพิธีการส่งออก

โดยผู้ประกอบการ SMEs ควรพิจารณาว่าต้นทุนที่ธุรกิจใช้อยู่สูงมากน้อยเพียงไร สามารถแบกรับภาระได้มากน้อยแค่ไหน โดยเมื่อเปรียบเทียบแล้วคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ ส่วนด้านสถานประกอบการนั้น ควรพิจารณาเกี่ยวกับเครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ ตลอดจนการกำหนดแนวทางว่าจะดำเนินธุรกิจประเภทใด คือเป็นการกำหนดประเภทและเป้าหมายของกิจการให้ชัดเจน และต้องมีบุคลากรที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน จำนวนมากเพียงพอกับปริมาณของงาน

อีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อการทำธุรกิจส่งออก คือ การสร้างความเชื่อถือและทำความรู้จักลูกค้า เพราะการดำเนินธุรกิจมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความรู้จัก และความเชื่อถือแก่ผู้ซื้อสิน้คาในตลาดต่างประเทศ เพราะการที่ผู้ซื้อเชื่อถือกิจการแล้ว ความร่วมมือกันในการทำธุรกิจก็จะดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องประเมินกำลังผลิต และความสามารถในการส่งออก โดยเริ่มต้นพิจารณาจากสินค้าใดเป็นสินค้าที่กิจการสามารถส่งออกได้ โดยประเมินกำลังการผลิตโดยรวม หรือหากสามารถผลิตได้ แต่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้เกิดปัญหากับลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิเสธการยอมรับของลูกค้า

สำหรับการส่งออกสินค้านั้น การตลาดถือเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องคำนึงถึง โดยการเลือกตลาดเพื่อการส่งออกนั้นทำได้หลายวิธี ทั้งการวิจัยตลาดที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เช่น ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ หอการค้า สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ ตลอดจนการศึกษาจำนวนประชากรของประเทศที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเลือกตลาดและพิจารณาไปพร้อมๆ กับอำนาจซื้อของประชากรประเทศนั้นๆ ด้วย

ท่านจะต้องศึกษาว่าประเทศใดมีสัดส่วนทางการตลาดในประเทศนั้นมากน้อยเพียงไรเพื่อใช้ในการวางกลยุทธ์ทางการแข่งขัน และพิจารณาว่ามีข้อจำกัดหรือกฎระเบียบใดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่จะส่งออก เพื่อจะได้เตรียมเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วน ส่วนการวิจัยตลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การเดินทางไปศึกษาตลาดด้วยตนเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายที่สูงมากนั้น แลกมาด้วยการเห็นสภาพตลาดที่แท้จริง เห็นความต้องการของผู้บริโภค รสนิยมลูกค้า ตลอดจนสามารถติดต่อโดยตรงกับผู้นำเข้าได้อีกด้วย 

ดิฉันขอสรุปความสำคัญในการเลือกตลาดสำหรับผู้ส่งออกไว้ดังนี้นะคะ ก่อนอื่น ท่านต้องทราบขนาดของตลาดที่ต้องการส่งสินค้าไปขาย โดยพิจารณาจาก จำนวนประชากร และความสามารถในการซื้อ ต้องพิจารณาความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศที่จะส่งสินค้าไปขายว่ามีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ท่านยังต้องพิจารณาด้านแนวโน้มการขยายตัวของการนำเข้าสินค้าโดยสามารถศึกษาได้จากข้อมูลทางสถิติต่างๆ ย้อนหลังไปประมาณ 3 - 5 ปี และต้องศึกษาถึงขั้นตอนและวิธีการส่งออก ค่าระวาง และระยะเวลาในการขนส่ง เพื่อจะได้กำหนดวันส่งมอบสินค้าได้อย่างถูกต้อง และต้องทำความเข้าใจข้อจำกัด และข้อกำหนดต่างๆ ของประเทศที่นำเข้าสินค้า เพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาแต่เนิ่นๆ ค่ะ

ย้อนกลับ



Untitled Document