|
|
|
จัดทำงบการเงินทุกเดือน ,จัดทำแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภงด.91,ภงด.94 และ ภงด.90) ,บริการด้านตรวจสอบบัญชี(Auditing ) ,บริการจดทะเบียนธุรกิจ (Business Regitration),บริการ Work Permit / VISA,บริการ ชิปปิ้ง ส่งออก และ นำเข้า สินค้า เดินตั๋วกรมศุลกากร,บริการชิปปิ้ง Shipping ,บทความธุรกิจ, แผนธุรกิจ, แผนการตลาด, การตลาด, บริหารจัดการ, การเงิน, บัญชี, ภาษี, e-business, ธุรกิจระหว่างประเทศ, แฟรนไชส์, การลงทุน, หุ้น, กองทุน, อสังหาริมทรัพย์, บริหารเงินส่วนบุคคล, คำนวณภาษี, ฟรีโปรแกรมสำหรับธุรกิจ, ฟรีโปรแกรมสำหรับSMEs, เทคนิคการลงทุน, ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน
|
ยินดีต้อนรับสู่บริษัท อะวอร์ด แอคเคานท์แทนซี คอนซัลแทนท์ จำกัด
บริการ ของเรา |
|
คลังข้อมูลนักบัญชี |
|
รวม Link เอนกประสงค์ |
|
สำหรับ Admin |
|
สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ |
คนเข้าชมเว็บไซต์เป็นคนที่ 27694
|
เริ่มนับวันที่ 1 เมษายน 2551
|
| สถิติการเข้าชมเว็บ |
|
|
|
|
| |
|
 |
 |
แนะเคล็ดลับทำธุรกิจชนะค่าเงินบาทผันผวน
|  |
|
|
แนะเคล็ดลับทำธุรกิจชนะค่าเงินบาทผันผวน
แนวทางการแก้ปัญหาก็คือการส่งเสริมให้มีเงินไหลออกจากประเทศอย่างเป็นระบบด้วยการออกมาตรการเสริมมาช่วยบริหาร
โดยถือเป็นจังหวะที่ดีที่ผู้ประกอบการจะนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ
หรือซื้อเครื่องจักรนำเข้า
ในส่วนผู้ที่มีเงินออมก็จะมีทางเลือกมากขึ้นในการสร้างความท้าทายเพื่อเพิ่มค่าเงินที่มีอยู่ด้วยการไปลงทุนต่างประเทศ
และช่วงนี้ยังนับเป็นจังหวะเหมาะที่รัฐบาล
และรัฐวิสาหกิจควรเร่งลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่
ในการเสวนา บริษัทจดทะเบียนควรปรับตัวอย่างไร
เพื่อรับมือกับความผันผวนของค่าเงินบาท
ผู้บริหารบริษัทเอกชนชั้นนำแนะบริษัทจดทะเบียนกระจายความเสี่ยงในภาวะเงินบาทแข็งค่าด้วยการผลิตสินค้าหลากหลายประเภท
การขยายตลาดในประเทศต่าง ๆ การสร้าง Brand เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
และการกู้เงินเป็นสกุลต่างประเทศ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงินบาทผันผวน
แต่อยู่ที่เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป
คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม
กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กล่าวว่า ปัญหาของค่าเงินบาทไม่ได้อยู่ที่ค่าเงินที่ผันผวน
แต่อยู่ที่เงินบาทของไทยแข็งค่าเร็วเกินไป
และแข็งค่ามากกว่าเงินสกุลอื่น ๆ ในเอเชียด้วยกัน
มีเพียงฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเท่านั้นที่ประสบปัญหาค่าเงินแข็งค่าอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเช่นเดียวกับไทย
ทั้งนี้สาเหตุหลักเกิดจากการที่มีเงินดอลลาร์ไหลเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมากตามรายได้จากการส่งออก
และรายได้จากการท่องเที่ยว
รวมไปถึงการเข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้นในตลาดหลักทรัพย์
ขณะที่การลงทุนในประเทศชะลอตัวทำให้การนำเข้าสินค้าทุนไม่ขยายตัวดีเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม
การแข็งค่าของเงินบาทมีข้อดีตรงที่ทำให้สินค้าที่มีความจำเป็น
เช่น น้ำมัน มีราคาถูกลง โดยคุณหญิงชฎาเชื่อว่า
หากเงินบาทไม่แข็งค่าราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอาจสูงกว่าลิตรละ
33 บาท
นอกจากนี้การแข็งค่าของเงินบาทยังช่วยลดความกังวลที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อลงได้
กลยุทธกำหนดทิศทางและสร้างอำนาจต่อรอง
เคล็ดลับเด็ดของสหพัฒน์ฯ
ดร. บุญเกียรติ
โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. ไอ.ซี.ซี.
อินเตอร์เนชั่นแนล
กล่าวว่า ยุทธวิธีที่ทางสหพัฒน์ใช้ คือ Strategic Direction
ด้วยการพยายามกำหนดทิศทางธุรกิจให้มีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทให้น้อยลง
โดยไม่ควรให้ธุรกิจผูกติดกับการส่งออกมากเกินไป
หรือผู้ติดกับลูกค้าประเทศใดประเทศหนึ่งแต่เพียงประเทศเดียว
เช่นเดียวกับสินค้าที่ส่งออกก็ไม่ควรมีอยู่เพียงชนิดเดียว
เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงจากเงินตราต่างประเทศที่มีความผันผวนตามมา
แม้ว่าในการผลิตสินค้าชนิดเดียวในปริมาณมาก ๆ
จะทำให้ลดต้นทุนการผลิตและทำให้การผลิตเกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็ตาม
นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ Strategic
Negotiation คือการต่อรองราคา
โดยในภาวะที่เงินบาทแข็งค่าทำให้ราคาสินค้าที่ส่งออกไปจากประเทศไทยมีราคาแพงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
และประเทศคู่ค้าก็มักจะขอต่อรองราคา
การพยายามเจรจาให้ได้ราคาที่เหมาะสมก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ยังคงขายสินค้าได้
โดยดร.บุญเกียรติเชื่อว่า
ปัจจัยด้านราคาไม่ใช่เหตุผลหลักเพียงประการเดียวที่ทำให้ต่างชาติมาซื้อสินค้าจากไทย
ดังนั้น
ผู้ประกอบการจึงต้องพยายามมองหาจุดเด่นของตนเองที่แตกต่างจากคู่แข่ง
และทำให้จุดเด่นนั้นชัดเจนขึ้น เพื่อดึงดูดความสนใจจากต่างชาติ
โดยทั่วไปแล้วต่างชาติมักมองว่า
จุดเด่นที่สำคัญของไทยคือการเมืองที่มั่นคง การส่งของตรงเวลา
และการไม่มีปัญหาด้านการสื่อสาร
CP
ปรับตัวเองมานานแล้วแต่ยังต้องทำต่อไป
ดร. วีรวัฒน์
กาญจนดุล กรรมการ บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า CP ได้พยายามปรับตัวมาตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540
จากการผลิตเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการปรุง
(Raw Meat) 100% มาเป็นการผลิตสินค้าที่ผ่านการปรุง (Cooked
Product) เพิ่มขึ้นในสัดส่วน 20% และยังคงจะเพิ่มสัดส่วนสินค้าประเภทนี้ให้มากขึ้นเรื่อย
ๆ
ขณะเดียวกันก็พยายามเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า Raw
Meat ด้วยการเพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อส่งขายในตลาดที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
อาทิ การผลิตอาหารอนามัยที่ผ่านการทดสอบ
โดยเฉพาะการส่งไปขายยังยุโรปที่เน้นเรื่องของสุขภาพที่จะไม่มีการทารุณสัตว์
นอกจากนี้ยังพยายามขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ให้มากขึ้น
โดยในปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 20% ของสินค้าที่ผลิตได้ทั้งหมด โดยกระจายไปในประเทศต่าง ๆ
10 ประเทศ
ขณะเดียวกันก็มีการนำเข้าวัตถุดิบไปพร้อม ๆ
กับการส่งสินค้าเข้าไปในตลาด EU ผ่านทางอังกฤษ
ทำให้เงินที่ได้รับเป็นสกุลเงินปอนด์จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์มากนัก
รู้เขารู้เรา
สร้าง Brand ให้ติดตลาดแล้วจะมีอำนาจในการกำหนดราคา
นายวุฒิพล
กาญจนดุล ประธานกรรมการ บมจ. ไทยอกริฟู้ดส์ กล่าวว่า สินค้าของบริษัทมีทั้งผลิตภัณฑ์การเกษตรแปรรูป
กึ่งสำเร็จรูป แช่แข็ง และอาหารกระป๋อง
ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบในประเทศทั้งหมด
ยุทธศาสตร์ที่ไทยอกริฟู้ดส์นำมาใช้คือ รู้เขารู้เรา โดยสินค้าประเภทที่จำเป็นต้องขายเพื่อรักษาลูกค้าเก่าไว้
เช่น ข้าว ซึ่งเป็นสินค้า Hi Risk Low Return เพราะไม่สามารถกำหนดราคาได้เอง
ก็ใช้วิธีตัดลูกค้าที่ไม่ดีออกไป
และตกลงราคาซื้อขายที่ชัดเจนเอาไว้ล่วงหน้า
ขณะเดียวกันในสินค้าประเภทที่มีการแข่งขันกันน้อย
เช่น ทุเรียนแช่แข็ง
ก็จะต้องพัฒนากระบวนการผลิตและคุณภาพของสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาด
จนสามารถกำหนดราคาได้เอง และสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ได้ในระดับสูงเพียงพอที่จะทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า
ส่วนสินค้าที่มีผู้บริโภคจำนวนมากก็จะต้องใช้เวลานานนับ
30 ปี ในการสร้าง Brand ให้เป็นที่ยอมรับในตลาด
และสร้างให้ผู้บริโภครับรู้ (Perception) ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและยอมรับได้แม้จะมีราคาที่สูง
เหมือนในตลาด EU ที่บริษัทสามารถขอขึ้นราคาสินค้าจากลูกค้าได้
เพราะคุณภาพเป็นที่ยอมรับ
ขณะที่ในตลาดสหรัฐฯที่เน้นเรื่องราคาถูกก็อาจทำให้ไทยจำต้องนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่น
เพื่อส่งออกแทนการซื้อจากเกษตรกรในประเทศ
แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่ดี
กำหนดแผนบริหารเงินทุนให้ชัดเจน
และกู้เงินจากตปท.ช่วยลดความเสี่ยงได้
นางเพ็ญจันทร์
จริเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินองค์กร บมจ.
ปตท. กล่าวว่า
การบริหารจัดการเรื่องความเสี่ยงและนโยบายด้านการบริหารการเงินเป็นสิ่งที่ต้องมีการเตรียมพร้อมล่วงหน้ามานาน
และจะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนหนึ่ง
ซึ่งเทียบไปแล้วจะคุ้มค่ามากกว่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหากไม่มีการวางแผนเอาไว้
ปตท.
และบริษัทในเครือมีการกำหนดรายละเอียดแผนการเงินที่ชัดเจน อาทิ
การกำหนดโครงสร้างเงินทุน สัดส่วนหนี้สินต่อทุน
ตลอดจนเงินทุนหมุนเวียน
ขณะเดียวกันบริษัทก็มีรายได้เป็นเงินสกุลดอลลาร์
ซึ่งเท่ากับว่าอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลโดยตรงต่อรายได้และรายจ่ายของบริษัท
ซึ่งจะต้องมีการทำประกันความเสี่ยงล่วงหน้า (Hedge) เพื่อไม่ให้ช่องว่างของอัตราแลกเปลี่ยนมากเกินไป
สำหรับหนี้ของปตท.
จะแบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 70% และเงินกู้ต่างประเทศ 30% เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง โดยจะต้องยอมรับว่า
ไม่ว่าค่าเงินจะแข็งค่าหรืออ่อนค่าก็จะส่งผลต่อเงินที่เป็นหนี้
ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันด้วยเช่นกัน
อย่าเอาค่าเงินบาท Offshore
มากำหนดค่าเงินบาทในประเทศ
นายทรงพล
ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน
ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า
โดยปกติแล้วค่าเงินของแต่ละประเทศ
จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนปริมาณการค้าขาย
โดยไทยค้าขายกับสหรัฐฯในสัดส่วน 40% กับญี่ปุ่นและ EU 30% ที่เหลืออีก
30% เป็นเอเชีย
แต่สาเหตุที่ค่าเงินบาทของไทยไปอิงกับสกุลดอลลาร์มากเป็นพิเศษก็เพราะในช่วง
10 ปีที่ผ่านมาไทยได้ดุลการค้ามาเกือบทุกปี
มีเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นที่ขาดดุลการค้า
ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสะสมเงินสหรัฐฯไว้เป็นจำนวนมากและไม่มีการลงทุนในโครงการใหญ่
ๆ ทำให้ Demand และ Supply ไม่สมดุลกัน
และเงินบาทแข็งค่าในลักษณะที่ต่อเนื่องไม่ใช่ผันผวน
การที่จะระบุว่าเงินบาทที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่เท่าใดนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับ
Demand และ Supply ของการบริโภค การใช้จ่ายของภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน
การส่งออกและการนำเข้าสินค้า รวมถึงสินค้าคงคลัง
ซึ่งเอกชนแต่ละรายจะต้องรู้จุดยืนของตนเองด้วย
ว่าสามารถยอมรับและบริหารความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด
และยอมรับการแข็งค่าได้ในระดับใด
นอกจากนี้ยังไม่ควรนำค่าเงินบาทในตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
(Offshore) มากำหนดค่าเงินบาทในประเทศ
เพราะสภาพคล่องของเงินบาทในต่างประเทศมีน้อยมาก
อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยของเงินบาทในต่างประเทศและในไทยต่างกันเกือบเท่าตัว
ดังนั้นจึงไม่เป็นการถูกต้องนักที่จะทำธุรกรรมโดยอ้างอิงจากค่าเงินบาท
Offshore เพราะมีช่วงต่างของการเสนอซื้อและเสนอขายที่กว้างมาก
ประเทศไทยกำลังกลัวการได้รับเงินเดือนขึ้น
นายมนตรี ศรไพศาล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง
(ประเทศไทย) กล่าวว่า
เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า
มูลค่าของเงินที่คนไทยได้รับสูงขึ้น
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่าคนไทยกำลังกลัวที่จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้น
ทั้ง ๆ ที่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ
แล้วรายได้เฉลี่ยของคนไทยยังต่ำกว่าในอีกหลายประเทศ เช่น
มาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าไทย 1 เท่า
ฮ่องกงมีรายได้มากกว่าไทย 5 เท่า
และสหรัฐอเมริกามีรายได้มากกว่าไทย 16-17 เท่า
แต่ในขณะเดียวกันคนไทยก็จะต้องเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้นเช่นกัน
เพราะเรากำลังอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
และตราบใดที่คนไทยคลายความวิตกลง การบริโภคก็จะเกิดขึ้นตามมา
ซึ่งจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้
นายมนตรียังเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยส่งผลทางจิตวิทยาต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม
การซื้อขายที่มีเพิ่มขึ้นช่วยสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการลงทุน
และตลาดหุ้นกู้ในไทยน่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้งตามการขยายตัวการลงทุนของภาคเอกชน
ย้อนกลับ

|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
|
Untitled Document
|
 |
|
|
|
|
|