สำหรับการส่งออกของไทยซึ่งปัจจุบันเผชิญกับการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงในตลาดโลก
การนำเทคโนโลยี RFID เข้ามาช่วยในการจัดการทั้งภายในโรงงานและการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
นับเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้การส่งออกของไทยแข่งขันได้ดีขึ้นในเวทีการค้าโลก
ทั้งนี้ RFID มีประโยชน์ต่อการส่งออก ดังนี้
- การบริหารลอจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานRFID ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบและตรวจนับสินค้าที่มีจำนวนมาก
ตลอดจนทำให้กิจกรรมในขั้นตอนต่างๆ อาทิ
ในคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
มีความแม่นยำมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้การบริหารห่วงโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อาทิ
ผู้ค้าปลีกสามารถทราบถึงจำนวนสินค้าที่จำหน่ายไปแล้วและคำนวณจำนวนสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
และสามารถติดตามได้ว่าสินค้าที่สั่งซื้ออยู่ที่ไหนและคาดการณ์ได้ว่าสินค้าจะเข้าถึงคลังสินค้าเมื่อใด
ทั้งนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยี RFID มีบทบาทอย่างมากในกลุ่มธุรกิจลอจิสติกส์ อาทิ
ระบบติดตามตู้คอนเทนเนอร์ด้วยการผนึก RFID (ติดไว้ที่อุปกรณ์ล็อกประตูตู้คอนเทนเนอร์)
ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งของตู้คอนเทนเนอร์และป้องกันการเปิดตู้คอนเทนเนอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
เพราะขั้นตอนการดำเนินงานของบางธุรกิจอาจไม่เหมาะต่อการนำ
RFID มาใช้ อาทิ
การผลิตที่มีขั้นตอนที่ต้องใช้ความร้อนสูงกับตัวสินค้า
ซึ่งจะทำให้ฉลาก RFID ที่ติดอยู่บนตัวสินค้าได้รับความเสียหาย ทั้งนี้
หากผู้ประกอบการพิจารณาแล้วว่าต้องการนำ RFID มาใช้ควรเลือกใช้ผู้ให้บริการ RFID ที่มีความเข้าใจในเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
เพื่อที่จะสามารถแนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมและพัฒนาระบบที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของธุรกิจ